fbpx
0
Cart
เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

นิ่วในถุงน้ำดี ภัยเงียบที่ไม่ควรละเลย

โดย นพ.สมเดช เจริญสรรพพืช

วันที่โพสต์ 10 ตุลาคม 2019

โดย นพ.สมเดช เจริญสรรพพืช

วันที่โพสต์ 10 ตุลาคม 2019

บุฟเฟต์ ชาบู ปิ้งย่าง อาหารทอด ไขมันสูง  เป็นอาหารที่หลายคนชื่นชอบ แต่อาหารเหล่านี้ มีส่วนในการเป็นสาเหตุสำคัญของโรคร้ายหลายๆ โรค ซึ่งหนึ่งในโรคอันตราย และพบว่าเป็นกันมากขึ้นๆ นั่นก็คือ “นิ่วในถุงน้ำดี” ซึ่งเป็นโรคในระบบทางเดินอาหารที่มีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ หากไม่รีบรับการรักษา มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยพบได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป อยู่ในกลุ่มอ้วน มีคอเลสเตอรอลสูง

โดยสาเหตุของนิ่วในถุงน้ำดี มาจากการตกตะกอนของคอเลสเตอรอล เกลือแร่ และโปรตีนที่ไม่สมดุลในน้ำดี และเมื่อเกิดการตกตะกอนจะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งอุดตันอยู่ในถุงน้ำดี ส่งผลกระทบต่อการทำงานงานของถุงน้ำดี นอกจากนี้ความน่าสนใจของโรคนี้คือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเข้าใจและคิดว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารจึงหายามารับประทานเอง จนกระทั่งอาการรุนแรง ดังนั้น โรคนิ่วในถุงน้ำดีเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง โดยสัญญาณของการเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี คือมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน บ่อยๆ ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ปวดท้องอย่างรุนแรงบริเวณช่วงท้องส่วนบนด้านขวา โดยปวดต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นต้น
นิ่วในถุงน้ำดีมี 2 ชนิดหลักๆ ได้แก่
  • ชนิดที่เกิดจากคอเลสเตอรอล (cholesterol stones) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยประมาณ80% จะเป็นชนิดนี้ เกิดจากการมีคอเรสเตอรอลมากเกินไป จึงไปเกาะจับกันจนทำให้ถุงน้ำดีทำงานผิดปกตินั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนได้ว่า พฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนเรามีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้อย่างชัดเจน
  • ชนิดที่เกิดจากเม็ดสีหรือบิลิรูบิน (pigment stones) ก้อนนิ่วชนิดนี้มีขนาดเล็กกว่าชนิดที่เกิดจากคอเลสเตอรอล มักพบในผู้ป่วยโรคตับแข็งหรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของเลือด เช่น โรคโลหิตจาง ธาลัสซีเมีย
เมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดีแล้วจะเกิดอันตรายอย่างไร
1.อาการแน่นท้อง ท้องอืด มีลมมาก โดยเฉพาะเวลาทานอาหารประเภทไขมัน
2. ถุงน้ำดีอักเสบ มักจะเกิดได้เสมอตลอดเวลาที่มีนิ่วอยู่ บางครั้งอักเสบมากจนเกิดเป็นหนองในถุงน้ำดีได้
3.นิ่วเลื่อนไปอุดตันท่อน้ำดีทำให้เกิดอาการดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง ตับและตับอ่อนอักเสบตามมาได้
4. เกิดการทะลุของถุงน้ำดีมีการรั่วซึมของน้ำดีสู่ช่องท้องหรือทะลุเข้าสู่อวัยวะอื่น เช่น ลำไส้อุดตันได้
5. เมื่อเป็นนิ่วอยู่นานๆ มีโอกาสเสี่ยงเกิดมะเร็งถุงน้ำดีได้
ดังนั้นหากมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อบ่อยๆ หรือปวดท้องใต้ชายโครงด้านขวา เป็นๆ หายๆ ปวดร้าวไปด้านหลังหรือสะบักขวา ท่านควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ซึ่งการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์จะเป็นวิธีที่ดีและง่ายในการตรวจนิ่วในถุงน้ำดี
ผ่าตัดรักษานิ่วในถุงน้ำดีได้อย่างไร
สำหรับการรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดี หากแพทย์ตรวจวินิจฉัยทราบแล้วว่ามีนิ่วในถุงน้ำดี วิธีการรักษา 2 วิธี
     1. การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง เป็นการผ่าตัดผ่านบริเวณช่องท้องด้านชายโครงด้านขวา หากเกิดการอักเสบมาก
     2. เทคโนโลยีผ่าตัดส่องกล้อง วิธีนี้เป็นวิธีที่ปลอดภัย แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ลดภาวะแทรกซ้อนอาการเจ็บปวดของบาดแผลน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดแบบเดิม ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้นกว่าเดิม รับประทานอาหารได้เร็วและกลับบ้านประกอบการงานได้รวดเร็ว