0
Cart
เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

ผู้ป่วยเปลี่ยนไตควรทราบ.. 5 สาเหตุที่ทำให้ ต้องผ่าตัดเปลี่ยนไตซ้ำ

โดย พญ.ผ่องพรรณ ทานาค

วันที่โพสต์ 19 พฤศจิกายน 2020

โดย พญ.ผ่องพรรณ ทานาค

วันที่โพสต์ 19 พฤศจิกายน 2020

ผู้ป่วยเปลี่ยนไตควรทราบ..5 สาเหตุที่ทำให้ต้องผ่าตัดเปลี่ยนไตซ้ำ

ทุกครั้งที่แพทย์ได้พูดคุยกับผู้ป่วยโรคไตก็มักจะได้รับรู้ถึงผลกระทบจากโรคไตกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย นอกจากอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว โรคนี้ยังเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนแข็งแรงปกติไปจากพวกเขาอย่างสิ้นเชิง  จากที่เคยรับประทานอาหารที่ชอบ กลับต้องงดเพื่อปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสมกับโรคที่ต้องเผชิญ  ผู้ป่วยสูงอายุบางราย ทำงานหนักมาทั้งชีวิต เมื่ออายุมากขึ้นก็หวังจะได้ท่องเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวและคนที่เขารัก  แต่โรคไตกลับทำให้เป้าหมายของชีวิตต้องสะดุด หยุดความฝันในการใช้ชีวิตที่มีความสุขของพวกเขาไป

 

ในผู้ป่วยไตที่ผ่านการฟอกไตมาสักระยะแล้ว หากได้รับโอกาสในการปลูกถ่ายไตใหม่ ก็จะช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง  แต่ว่าก็มีผู้ป่วยโรคไตที่ผ่าตัดเปลี่ยนไตไปแล้วบางรายอาจมีโอกาสต้องได้รับการเปลี่ยนไตซ้ำ จึงเป็นที่มาของบทความนี้ เพื่อไขข้อสงสัยให้กับผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนไตถึงสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้ต้องผ่าตัดเปลี่ยนไตซ้ำ (Kidney Re-transplant)

เผย 5 ปัจจัยที่ทำให้ต้องผ่าตัดเปลี่ยนไตซ้ำ

1. ไตที่ผ่าตัดเปลี่ยนไปแล้วเกิดการเสื่อมสภาพตามอายุ

เนื่องจากไตที่ผ่าตัดไปก็สามารถเสื่อมสภาพตามอายุได้เหมือนไตคนปกติ โดยส่วนใหญ่แล้วไตที่ผ่าตัดไปจะมีค่าเฉลี่ยอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 20 ปี  แต่ในผู้ป่วยบางรายก็สามารถมีอายุการใช้งานของไตนานกว่าค่าเฉลี่ยได้เช่นกัน  ด้วยความที่ไตก็เสื่อมไปได้ตามอายุด้วยส่วนหนึ่ง

2. โรคเรื้อรังอื่นๆ ที่มีอยู่ส่งผลกระทบต่อไตที่ผ่าตัดเปลี่ยนไป

ในผู้ป่วยบางรายที่มีโรคร่วมอื่นๆ ด้วยอยู่แล้ว อันได้แก่ โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง หรือโรคไตอักเสบบางประเภทที่เป็นสาเหตุของไตวายในครั้งแรกก็อาจทำให้เกิดปัญหาในไตใหม่ได้ เช่น เดิมทีผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานอยู่แล้วและได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนไต แต่หากผู้ป่วยคุมอาหารไม่ดี น้ำตาลในเลือดที่สูงก็ส่งผลกระทบต่อไตที่เปลี่ยนใหม่ทำให้เกิดโรคเบาหวานลงไตใหม่และไตเสื่อมจากเบาหวานได้ด้วยเช่นกัน

3. การต่อต้านไตใหม่แบบที่เป็นเรื้อรัง

เกิดจากสาเหตุที่ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยไตที่ได้รับการเปลี่ยนไต เกิดไปทำลายเนื้อไต เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจจะรับประทานยากดภูมิไม่สม่ำเสมอหรือในบางรายอาจเกิดภูมิคุ้มกันดื้อต่อยาเองทำให้ภูมิคุ้มกันไปทำลายไตใหม่ ทำให้เกิดมีภาวะสลัดไตแบบเฉียบพลัน (Acute Rejection) และทำให้เกิดไตวาย โดยสังเกตุเห็นได้จากอาการของผู้ป่วยว่าค่าไต(Creatinine)นั้นขึ้นสูง ปัสสาวะลดลง ซึ่งแพทย์จะรักษาโดยการให้ยาและการฟอกน้ำเหลืองซึ่งส่วนหนึ่งก็อาจจะรักษาแล้วไตกลับมาทำงานได้ แต่อีกส่วนหนึ่งก็อาจจะไม่หายจากภาวะไตวาย ซึ่งก็จะต้องกลับเข้าสู่ขบวนการเปลี่ยนไตใหม่อีกครั้งที่สองนั่นเอง

4.การสลัดไตแบบค่อยเป็นค่อยไป

ภาวะภูมิคุ้มกันทำลายไตแบบค่อยเป็นค่อยไป (Chronic Rejection) เป็นภาวะที่ไตที่เปลี่ยนใหม่จะค่อย ๆ เสื่อมลงทีละเล็กทีละน้อย จะตรวจพบว่าค่าการทำงานของไตค่อยๆ แย่ลง โดย 3-5 ปี ก่อนที่ไตใหม่จะหยุดทำงานในผู้ป่วยที่มีภาวะสลัดไตแบบค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ ก็ต้องกลับเข้าสู่ขบวนการไปฟอกไตใหม่ แล้วก็รอเวลาเปลี่ยนไตอีกครั้งหนึ่ง.

5.การติดเชื้อบางชนิด

มีการติดเชื้อบางชนิดที่ส่งผลต่อการทำงานไตโดยตรง อันได้แก่ บี เค ไวรัส (BK Virus) และอะดีโนไวรัส (Adenoviruses) หรือการติดเชื้ออื่นๆ ที่รุนแรงจนส่งผลให้ผู้ป่วยต้องลดยากดภูมิลงและท้ายที่สุดทำให้เกิดการสลัดไต

เช็คคุณภาพไตใหม่ตั้งแต่ไตแรกที่ผ่าตัดเปลี่ยน

o ก่อนการผ่าตัดเปลี่ยนไตใหม่

ก่อนจะรับไตบริจาคเข้ามา แพทย์จะประเมิณตั้งแต่แรกแล้วว่าคุณภาพไตบริจาคอยู่ในระดับที่เปลี่ยนสามารถเปลี่ยนแทนไตของผู้รับบริจาคได้ไหมจากประวัติของผู้บริจาคและจะมีการตรวจเนื้อเยื่อไตเพื่อประเมิณคุณภาพไตว่าเนื้อไตที่ได้รับมาเป็นอย่างไร มีผังผืดหรือไม่ สภาพไตสมบูรณ์ไหม  หลังจากการประเมิณ แพทย์จะสามารถทำนายได้ว่าไตใหม่จะฟื้นตัวและอยู่กับผู้ป่วยนานแค่ไหน 

แน่นอนว่า การผ่าตัดเปลี่ยนไตซ้ำก็จะมีควายุ่งยากซับซ้อนมากกว่าการเปลี่ยนไตครั้งแรก แต่ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดเปลี่ยนไต รวมถึงแพทย์เฉพาะทางในโรคต่างๆครบทุกสาขา ซึ่งมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยเปลี่ยนไตมานานกว่า 28 ปี รวมถึงการเปลี่ยนไตในเคสยุ่งยากซับซ้อน เช่นเคสที่เปลี่ยนไตซ้ำ เคสที่มีโรคร่วม และเคสผู้สูงอายุ ทำให้ผู้ป่วยสามารถวางใจได้เมื่อมารับการเปลี่ยนไตที่โรงพยาบาลพระรามเก้า

o หลังการผ่าตัดเปลี่ยนไตใหม่

ควรตรวจประเมิณประสิทธิภาพการทำงานของไตใหม่เป็นระยะโดยดูค่า เครตินีน Creatinine  ในเลือด ถ้าหากตรวจพบว่าค่าการทำงานของไตแย่ลง แพทย์จพทำหารฟาสาเหตุและรักษา

เพียงแต่ว่าเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง ที่ไตเสื่อมจนเกิดภาวะไตวาย คือ ไตไม่ทำงานได้แล้ว แพทย์ก็จะเริ่มแนะนำให้กลับข้าสู่ขบวนการเดิม คือการฟอกไต แล้วก็รอเปลี่ยนไตใหม่ หรือถ้ามีญาติบริจาคไตให้ก็สามารถเปลี่ยนไตได้เลย

เปลี่ยนไตอีกครั้งต้องทำอย่างไร?

ถ้าเปลี่ยนไตที่ได้รับบริจาคจากญาติ สามารถเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดเปลี่ยนได้เลย หรือหากรอไตบริจาคจากสภากาชาด ผู้ป่วยจะต้องกลับเข้าสู่กระบวนการฟอกไตก่อนแล้วจึงลงชื่อเข้าคิวรอรับบริจาคเปลี่ยนไตกับสภากาชาดไทยอีกคครั้ง

เสี่ยงกว่าครั้งแรกมากแค่ไหน?

การเปลี่ยนไตเป็นครั้งที่สอง หรือ ครั้งที่สาม จะมีความยากซับซ้อนมากกว่าครั้งแรกอยู่บ้าง สาเหตุก็เพราะว่าครั้งแรก ร่างกายของเรายังไม่เคยได้รับไตใหม่มาก่อน  ก็จะยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่จะไปต่อต้านมากนัก  แต่เมื่อร่างกายเคยได้ไตใหม่มาแล้วครั้งหนึ่ง  ระบบภูมิคุ้มกันก็จะทำงานมากขึ้น ดังนั้น โอกาสที่ร่างกายจะรับไตใหม่ครั้งถัดไปก็จะยากกว่าไตใหม่อันก่อนหน้านี้บ้าง  ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย  แต่ในผู้ป่วยบางรายที่เนื้อเยื่อเข้ากับไตอันที่สองได้ง่ายอาจฟื้นตัวเร็วกว่าการเปลี่ยนไตครั้งแรกก็เป็นไปได้  การผ่าตัดเปลี่ยนไตครั้งที่สอง แพทย์ก็อาจจะต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันที่พิเศษขึ้น เพื่อป้องกันให้ภูมิคุ้มกันที่อาจจะแรงมากขึ้นของเราไม่ให้ไปทำลายไตที่สอง

อายุที่มากขึ้น...เป็นปัจจัยเสี่ยงในการผ่าตัดเปลี่ยนไตซ้ำด้วยหรือเปล่า?

จากการเก็บข้อมูลผู้ป่วยเปลี่ยนไตในโรงพยาบาลพระรามเก้า เราพบว่าผู้ป่วยที่เปลี่ยนไตเมื่ออายุมาก (อายุ > 60 ปี) เทียบกับผู้ป่วยเปลี่ยนไตที่อายุน้อย สามารถใช้ไตที่เปลี่ยนไป อายุที่มากจึงไม่ใช่ข้อห้ามในการผ่าตัดเปลี่ยนไต

 

แน่นอนว่า การผ่าตัดเปลี่ยนไตซ้ำ ก็จะมีความยุ่งยากซับซ้อนมากกว่าการเปลี่ยนไตครั้งแรก  แต่ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดเปลี่ยนไต รวมถึงแพทย์เฉพาะทางในโรคต่าง ๆ ครบทุกสาขา ซึ่งมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยเปลี่ยนไตมานานกว่า 28 ปี รวมถึงการเปลี่ยนไตในเคสที่ยุ่งยากซับซ้อน เช่นเคสที่เปลี่ยนไตซ้ำ เคสที่มีโรคร่วม และเคสผู้สูงอายุ ทำให้ผู้ป่วยสามารถวางใจได้เมื่อมารับการเปลี่ยนไตที่โรงพยาบาลพระรามเก้า

อาหารการกินส่งผลกับการเปลี่ยนไตซ้ำหรือเปล่า?

ผู้ป่วยที่เปลี่ยนไตแม้เป็นการเปลี่ยนไตซ้ำก็ไม่ต้องคุมอาหารเพิ่มขึ้นกว่าการเปลี่ยนไตครั้งแรก คือแค่เพียงรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ไม่รับประทานอาหารหวานจัด มันจัด เค็มจัด ไม่รับประทานอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุก หรือผลไม้ที่ต้องรับประทานทั้งเปลือก เท่านั้นเอง ส่วนอาหารบางประเภทที่ต้องงด เช่น ขมิ้น ทับทิม ขิง เกรปฟรุต (Grapefruits) เนื่องจากอาจมีผลต่อระดับยากดภูมินั้นขึ้นอยู่กับชนิดของยากดภูมิที่ผู้ป่วยใช้ ให้ปรึกษาแพทย์เป็นราย ๆ ไป

ชั้น 2 อาคาร A โรงพยาบาลพระรามเก้า เลขที่ 99 แขวงบางกะปิ. เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

โทร 1270

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับโรคไตและการปลูกถ่ายไต