ตัวอ่อนระยะต่างๆ และการย้ายตัวอ่อนสู่โพรงมดลูก


      

 l

 

ตัวอ่อนระยะต่างๆ และการย้ายตัวอ่อนสู่โพรงมดลูก

พญ.พิชชา ปิ่นจันทร์ 

 

ขอเริ่มต้นที่การปฏิสนธิตามธรรมชาติก่อนค่ะ ในช่วงที่ไข่ตกออกจากรังไข่ ส่วนปลายของท่อนำไข่จะโบกพักไข่เข้าสู่ท่อนำไข่ส่วนปลาย ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในช่วงนั้น อสุจิเดินทางจากช่องคลอดเข้าสู่โพรงมดลูกและท่อนำไข่ อาจเกิดการปฏิสนธิกับไข่ที่บริเวณท่อนำไข่ส่วนปลาย


ตำแหน่งที่ไข่และอสุจิเกิดการปฏิสนธิ

หลังจากมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ตัวอ่อนจะมีการแบ่งเซลล์และเดินทางจากปลายท่อนำไข่เข้าสู่โพรงมดลูก โดยแบ่งจาก 2 เซลล์ เป็น 4 เซลล์ในวันที่ 2 เป็น 8 เซลล์ในวันที่ 3 วันที่ 4 เซลล์จะรวมกันจะไม่สามารถบอกได้ว่ากี่เซลล์ เรียกระยะ morula และในวันที่ 5 ตัวอ่อนจะอยู่ในระยะ blastocyst และจะเกิดการฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูกต่อไป

 

 


ลักษณะของตัวอ่อนหลังการปฏิสนธิ



การเดินทางของตัวอ่อนจากปลายท่อนำไข่เข้าสู่โพรงมดลูก

 


ตัวอ่อนระยะต่างๆ

 


2PN 


2 cell



4 cell



6-8 cell 



Compacted 



Blastocyst

 



การเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการในกระบวนการเด็กหลอดแก้ว 
ในอดีตเราสามารถเลี้ยงตัวอ่อนได้ถึงระยะแบ่งตัวเท่านั้น เมื่อเทคโนโลยีด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ได้รับการพัฒนามากขึ้น ปัจจุบันเราสามารถเลี้ยงตัวอ่อนได้ถึงระยะบลาสโตซิส ซึ่งเป็นตัวอ่อนในระยะสุดท้ายก่อนการฝังตัวในโพรงมดลูก โดยพยายามจัดสิ่งแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับสิ่งแวดล้อมในโพรงมดลูกให้มากที่สุด อย่างไรก็ตามการเลี้ยงตัวอ่อนจนถึงระยะบลาสโตซิสต์ เหมาะสมกับบางรายเท่านั้น เนื่องจากตัวอ่อนสามารถเจริญเติบโตถึงระยะบลาสโตซิสต์ได้ประมาณร้อยละ 30 ดังนั้นจะมีตัวอ่อนบางตัวที่ไม่สามารถเติบโตถึงระยะนี้ได้ ซึ่งไม่สามารถตัดสินได้ว่าตัวอ่อนที่ไม่สามารถโตถึงระยะบลาสโตซิสเป็นตัวอ่อนที่ไม่ดี เนื่องจากถึงจะพยายามปรับสิ่งแวดล้อมในตู้เลี้ยงตัวอ่อนให้คล้ายกับในร่างกาย แต่ไม่อาจเทียบเท่าได้อย่างสมบูรณ์ ในบางสถาบันจะพิจารณาเกรดของตัวอ่อนเป็นหลัก ถ้าตัวอ่อนมีลักษณะที่ไม่ดีมากนัก จะทำการย้ายตัวอ่อนก่อนระยะบลาสโตซิสต์ ซึ่งโอกาสการตั้งครรภ์ต่อรอบการเก็บไข่ของทั้งสองวิธีจะไม่แตกต่างกัน

 

 

ตัวอ่อนในวันที่ 3

ตัวอ่อนในวันที่ 5



 


การเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกก่อนการใส่ตัวอ่อน การใส่ตัวอ่อนสามารถทำได้ในรอบเดียวกับการเก็บไข่ หรืออาจใส่ตัวอ่อนที่เหลือกลับสู่โพรงมดลูกในรอบอื่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องกระตุ้นไข่รอบใหม่ กรณีที่ใส่ตัวอ่อนกลับในรอบเดียวกับการเก็บไข่ อาจทำได้ในวันที่ 3-5 หลังการเก็บไข่โดยแพทย์จะพิจารณาเกรด อัตราการเจริญเติบโตของตัวอ่อนเป็นหลัก กรณีที่มีตัวอ่อนจำนวนมาก มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป แพทย์มักแนะนำให้แช่แข็งตัวอ่อนไว้ก่อน หลังจากพักประมาณ 1-2 เดือนสามารถเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกโดยการรับประทานยาประมาณ 2 สัปดาห์แล้วตรวจดูความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกด้วยอัลตราซาวน์ เมื่อได้ความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกที่เหมาะสม จะทำการละลายตัวอ่อน เพื่อเตรียมใส่สู่โพรงมดลูกกลับในวันที่ 2-4 หลังการละลายตัวอ่อนต่อไป 

จำนวนตัวอ่อนที่จะใส่กลับสู่โพรงมดลูก 
แพทย์จะพิจารณาเกรดของตัวอ่อน และอายุก่อนการใส่ตัวอ่อน กรณีที่มีอายุน้อยและเกรดของตัวอ่อนดีมาก อาจใส่ตัวอ่อนเพียงตัวเดียวเพื่อลดโอกาสเกิดครรภ์แฝด เนื่องจากการตั้งครรภ์แฝดถือเป็นครรภ์ที่มีความเสี่ยงทั้งต่อมารดาและทารกมากกว่าครรภ์เดี่ยว ถ้าสตรีอายุมากและเกรดของตัวอ่อนไม่ดีมากนัก แพทย์มักตัดสินใจใส่ตัวอ่อนในวันที่ 2-4 โดยใส่ตัวอ่อน ไม่เกิน 3 ตัว กรณีที่เลี้ยงตัวอ่อนถึงระยะบลาสโตซิสต์มักใส่ตัวอ่อนไม่เกิน 2 ตัวอ่อน 


การย้ายตัวอ่อน ดังที่กล่าวข้างต้นในอดีตเราไม่สามารถเลี้ยงตัวอ่อนนอกร่างกายได้นาน เราจึงจำเป็นต้องย้ายตัวอ่อนก่อนการแบ่งเซลล์ หรือแบ่งเซลล์ในช่วง 1-2 วันแรก โดยจะย้ายตัวอ่อนเข้าสู่ท่อนำไข่โดยเชื่อว่าจะใกล้เคียงกับการเดินทางของตัวอ่อนตามธรรมชาติ การย้ายตัวอ่อนในระยะนี้มีหลายวิธี จะกล่าวถึงวิธีที่ยังมีแพทย์เลือกใช้ในคู่สมรสบางราย ได้แก่ 
- การทำซิ๊ฟ (ZIFT = Zygote IntraFallopian Transfer) เป็นการนำตัวอ่อนที่ปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการแต่ยังไม่แบ่งตัว ใส่เข้าไปในท่อนำไข่ของคู่สมรสฝ่ายหญิง เพื่อให้ตัวอ่อนเดินทางไปฝังตัวที่โพรงมดลูกเองตามธรรมชาติ วิธีนี้ต้องทำการผ่าตัดส่องกล้องทางหน้าท้องในวันต่อมาหลังการเก็บไข่ 
เมื่อเทคโนโลยีการเลี้ยงตัวอ่อนนอกร่างกายดีขึ้น เราสามารถเลี้ยงตัวอ่อนได้นานขึ้น จึงสามารถย้ายตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูกได้ การย้ายตัวอ่อนระยะต้นๆ จึงได้รับความนิยมน้อยลงเนื่องจากจะต้องทำผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งต้องดมยาสลบ มีแผลที่หน้าท้อง และมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น 

การย้ายตัวอ่อนจะคล้ายการตรวจภายใน ไม่จำเป็นต้องใช้ยาระงับความเจ็บปวดหรือยาดมสลบ แพทย์จะทำความสะอาดอวัยวะภายนอก ใส่เครื่องมือในช่องคลอดและทำความสะอาดบริเวณช่องคลอดและปากมดลูก ก่อนสอดเครื่องมือขนาดเล็กเข้าในโพรงมดลูก เมื่อเครื่องอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และสอดท่อพลาสติกขนาดเล็กซึ่งมีตัวอ่อนอยู่เข้าในโพรงมดลูก และใส่ตัวอ่อนตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นมักให้นอนพักประมาณ 2 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องนอนโพรงพยาบาล การย้ายตัวอ่อนมีหลายเทคนิค แพทย์บางท่านนิยมให้กลั้นปัสสาวะ เมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะจะทำอัลตราซาวน์ทางหน้าท้อง ขณะย้ายตัวอ่อนจะใช้อัลตราซาวน์ดูตำแหน่งที่ต้องการวางตัวอ่อน แพทย์บางท่านนิยมให้ปัสสาวะออกให้หมดก่อน ทั้งนี้ขึ้นกับเทคนิคและความชำนาญของแพทย์แต่ละท่าน


ภาพอัลตราซาวน์ทางหน้าท้องขณะย้ายตัวอ่อน

การปฏิบัติหลังการใส่ตัวอ่อน สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ ควรงดการออกกำลังกายหนักๆ หลังการใส่ตัวอ่อนใน 72 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องโรงพยาบาล หรือนอนนิ่งๆ เนื่องจากไม่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ สำหรับฮอร์โมนหลังการใส่ตัวอ่อนมีความจำเป็นอย่างมาก จำเป็นต้องใช้ตามแพทย์กำหนด อาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์ก่อนนัด เช่น มีภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (อาการท้องอืดมาก ปัสสาวะออกน้อยลง) ปวดท้องมาก มีเลือดออกทางช่องคลอด