สุขภาพจิตเติมเต็มได้ด้วยการออกกำลังกาย


      



ปัญหาสุขภาพจิต และสมองเสื่อม เป็นหนึ่งในอาการทางจิตของคนในวัยสูงอายุ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสภาพความเสื่อมของร่างกายและความเครียดในการใช้ชีวิต ส่งผลให้เกิดอาการทางจิตต่างๆ ตั้งแต่ อาการระยะแรกเริ่ม คือ ความเครียด กระวนกระวาย ซึมเศร้า จนถึงขั้นเป็นโรคจิตแบบสมบูรณ์แบบ ซึ่งกลุ่มอาการเหล่านี้เป็นกลุ่มอาการที่เกิดกับวัยทำงานเช่นกัน แต่ด้วยสภาวะความเครียดที่น้อยกว่า การผ่อนคลาย และสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ทำให้อาการเหล่านั้นไม่แสดงออกมา จนเมื่ออายุมากขึ้น สารเคมีในสมองผิดปกติ อาการเครียดแบบเดิมๆ ก็ส่งผลให้เกิดความเครียดจนนำไปสู่อาการทางจิตได้

ขณะที่วัยสูงอายุ ยังมีสาเหตุที่กระทบกระเทือนจิตใจได้มาก เช่น การจากไปของคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัว ก็ทำให้เกิดความเครียดที่นำไปสู่อาการทางจิตได้ในที่สุด

ข้อบ่งชี้การเกิดโรค

อาการทางจิตสามารถสังเกตได้ง่ายโดยคนรอบข้าง จากความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ร้องไห้ง่าย อาการต่างๆเหล่านี้จะเป็นการแสดงออกที่ผิดปกติไปจากนิสัยเดิมๆ นอกจาก 2 ข้อข้างต้น บางครั้งคนไข้จะรู้สึกว่าการดำรงชีวิตของตนเองเปลี่ยนแปลงไป เช่น ทำงานไม่ได้ ไม่มีสมาธิ ไม่มีประสิทธิภาพเท่าเดิม ซึ่งถ้าทราบอาการแล้วก็สามารถมาพบแพทย์ได้

การดูแลป้องกัน

ในทางการแพทย์จะวัดระดับอาการทางจิตโดยพิจารณาจากระยะเวลา 2 สัปดาห์ ถ้าคนไข้มีอาการเครียด ซึมเศร้า อย่างสังเกตได้ ทั้งจากตัวเองและคนรอบข้าง ก็ควรจะผ่อนคลายอิริยาบถจากสิ่งที่ทำอยู่ พักจากงานที่ทำอันเป็นสาเหตุของความเครียด หรือหาเวลาว่างไปออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้จะช่วยปลดปล่อยความเครียดออกมา ทำให้จิตใจกลับไปสู่ภาวะปกติ

ส่วนในการป้องกันนั้น เราสามารถป้องกันได้ โดยระวังไม่ให้เครียด ซึมเศร้า นอนไม่หลับ โดยการสำรวจตัวเองเป็นหลักว่า เรามีสติ มีอารมณ์อย่างไร และหมั่นตรวจสอบความคิดของตัวเองอยู่เสมอ ส่วนด้านกายภาพนั้น การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยได้มาก ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

อีกประการหนึ่งที่สำคัญ พนักงานประจำจะเผชิญกับความเครียดอยู่แสมอ ฉะนั้นต้องมีวิธีในการปลดปล่อยความเครียด ถ้าไม่ระบายออกก็จะเป็นโรคได้ ซึ่งบ่อยครั้งคนไข้ไม่รู้สึกตัว ฉะนั้นการออกกำลังกายจะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด ไม่ว่าเครียดหรือไม่เครียดก็ต้องออกกำลังกาย

ปกติความเครียดมีแบบที่แสดงอาการอย่างรุนแรง และความเครียดสะสม ซึ่งในแบบการสะสมนั้น สามารถป้องกันได้ด้วยการออกกำลังกาย ผ่อนคลายตัวเอง เช่น การทำสติ ซึ่งเป็นการปล่อยความเครียดตลอดเวลา การออกกำลังกายเป็นการปลดปล่อยความเครียดทุกวัน ถ้าเรามีสติความเครียดจะไม่สะสม แต่เราไม่สามารถมีสติได้ตลอดเวลา

การรักษาทางการแพทย์

ถ้าคนไข้มีความผิดปกติทางจิตใจนานเกินกว่า 2 สัปดาห์ให้สันนิษฐานเบื้องต้นว่ามีอาการทางจิต และควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการรักษา ซึ่งในการรักษานั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ การรักษาทางชีวภาพ เช่น การใช้ยาผ่อนคลาย และส่วนที่สองคือ การพูดคุยเพื่อเข้าใจสาเหตุของปัญหา และปรับปรุงสภาพสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เป็นต้นเหตุของปัญหา รวมถึงการทำจิตบำบัด ซึ่งในการพูดคุย เพื่อเข้าใจสาเหตุของปัญหานั้น เป็นส่วนสำคัญของการรักษาที่ทำให้การรักษาได้ผลดีขึ้น

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช โรงพยาบาลพระรามเก้า