กรดไหลย้อน...ผิดที่พฤติกรรม


      



“กรดไหลย้อน เป็นภาวะของโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเมือง เช่น นอนน้อย ทานอาหารไม่เป็นเวลา”

ทานกาแฟและน้ำอัดลม โดยอาการกรดไหลย้อนนั้น เป็นภาวะที่กรดหรือน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารที่มีความเข้มข้นสูง ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร ซึ่งหลอดอาหารเป็นอวัยวะที่ไม่ทนต่อกรด จึงทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร

สาเหตุการเกิดโรค

เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง เช่น ชอบกินจุบกินจิบ กินอาหารไม่เป็นเวลา กินอาหารแบบเร่งรีบ กินอาหารรสจัด ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ทานกาแฟ น้ำอัดลม รวมถึงการทานอาหารก่อนนอน

ข้อบ่งชี้การเกิดโรค

โรคกรดไหลย้อนนั้น มีอาการเบื้องต้นคล้ายกับอาการของโรคกระเพาะ คือ มีอาการปวดท้อง ปวดแสบร้อนในช่องท้องส่วนบน เรอเปรี้ยว หรือมีรสขมในปาก แต่จริงๆ แล้วจะมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อร่วมด้วย โดยอาการแบ่งเป็น 2 ระบบ

1.อาการในหลอดอาหาร เช่น เจ็บคอ กลืนอาหารลำบาก จุกแน่นแถวหน้าอกคล้ายอาหารไม่ย่อย อาการนี้มักจะเป็นมากขึ้นหลังอาหารมื้อหลัก รู้สึกเหมือนมีน้ำรสเปรี้ยว หรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่มะเร็งได้

2.อาการนอกหลอดอาหาร เสียงเปลี่ยน เสียงแหบเรื้อรัง ไอเรื้อรัง บางรายอาจมีอาการทาง0ระบบหายใจ เช่น หอบหืด หรืออาการเจ็บหน้าอกได้

การดูแลป้องกัน

โรคกรดไหลย้อนสามารถดูแล บรรเทาอาการ และรักษาเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆให้เหมาะสม เช่น การทานอาหารให้ตรงเวลา การลดน้ำหนักเพื่อลดความดันในช่องท้อง การงดสูบบุหรี่ งดรับประทานอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง งดอาหารมัน อาหารทอด อาหารรสจัด หลีกเลี่ยง ชา กาแฟ น้ำอัดลม เบียร์ สุรา

การรักษาทางการแพทย์

การรักษาทางการแพทย์นั้นจะดูแลตามความรุนแรงของอาการ หากเป็นอาการเบื้องต้นแพทย์จะพิจารณาให้ยาลดการอักเสบควบคู่กับยาลดกรด แต่หากมีอาการรุนแรงมากแพทย์อาจใช้การผ่าตัด เพื่อปรับหูรูดกระเพาะอาหารร่วมด้วย

การดูแลสุขภาพในช่องท้องให้สมบูรณ์แข็งแรง  จึงต้องดูแลตัวเองให้เหมาะสม ทานอาหารให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ แต่หากมีอาการเจ็บป่วย ควรรีบมาพบแพทย์เพราะอาจจะมีอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหารได้

นพ.มงคล ตัญจพัฒน์กุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทางเดินอาหาร โรงพยาบาลพระรามเก้า