ไข้หวัดใหญ่ระบาด ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน


      




หลังจากที่เหตุการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในฮ่องกงระบาดครั้งนี้ นับว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ส่วนใหญ่ตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A (H3N2) แต่ยังไม่พบรายงานการดื้อยาหรือกลายพันธุ์ของเชื้อ ขณะที่ประเทศไทยเองก็ได้ พบว่ามีผู้ป่วยไข้หวัดแล้ว 134 คน ซึ่งเบื้องต้นพบอาการไข้หวัด ไอ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ   จึงทำให้โรงพยาบาลพระรามเก้าได้เฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ระบาด พร้อมแนะนำให้ประชาชนป้องกันโรคจากไข้หวัดใหญ่ด้วยการดูแลสุขภาพร่างกายและป้องกันการเกิดไข้หวัดใหญ่ด้วยการฉีดวัคซีน

ส่วนสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยในปีนี้ พบว่า ตั้งแต่ต้นปี 2560 ถึงปัจจุบัน มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 43,082 ราย เสียชีวิต 5 ราย  กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ ร้อยละ 11.4 พบในอายุ 15-24 ปี , ร้อยละ 10.7  พบในอายุ 25-34 ปี  และ ร้อยละ 10.6 พบในอายุ 10-14 ปี  ส่วน 5 จังหวัดแรกที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด คือ ลำพูน เชียงใหม่ ระยอง กรุงเทพมหานคร และอุตรดิตถ์  

ขณะที่ศูนย์ป้องกันสุขภาพฮ่องกง รายงานว่า สถิติผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาถึงเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม มีผู้ป่วยหนักจำนวน 312 ราย มีผู้เสียชีวิต 208 รายในจำนวนนี้เป็นเด็ก                  3 ราย และเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ในฮ่องกงที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐ จำนวน 1,065 ราย แล้ว 

ทีมแพทย์ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า  อธิบายว่า  ไข้หวัดใหญ่ หรือ H3N2  เป็นโรคที่แพร่ระบาดระหว่างคนสู่คน เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A H3N2  โดยเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ มักจะมีอาการคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วไป แต่ความรุนแรงของโรคนี้จะมีมากกว่าซึ่งมีระยะฟักตัวประมาณ 1-3 วัน  ซึ่งสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการหายใจ ไอ จาม หรือหายใจรดกันในพื้นที่ที่มีคนอยู่แออัด อีกทั้งยังสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย หรือการนำมือที่มีเชื้อไวรัสไปสัมผัสปากกับจมูกจนทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย  ส่วนกลุ่มคนที่มีความเสี่ยง คือ เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี / ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือมีน้ำหนัก มากกว่า 100 กิโลกรัมขึ้นไป รวมทั้งผู้ป่วยที่มีความพิการสมองที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งหากเกิดขึ้นกับในกลุ่มคนเหล่านี้อาจมีอาการรุนแรงหรืออาจจะเสียชีวิตได้

ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบัน  ประกอบไปด้วย 3 สายพันธุ์ใหญ่ในฤดูกาลปี 2017 ได้แก่ ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ “เอ มิชิแกน เอช1เอ็น 1” (A Michigan H1N1), สายพันธุ์ “เอ ฮ่องกง เอช 3 เอ็น 2” (A/ Hong Kong H3N2) และสายพันธุ์ “บี บริสเบรน (B Brisbane) 

สำหรับมาตรการในการป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามนโยบายของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  คือ
1. หมั่นปิดปาก ปิดจมูก เมื่อมีอาการไอ จาม ต้องใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง หากเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ ควรใส่หน้ากากอนามัย
2.หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันใด ราวบนรถโดยสาร
3. เลี่ยง คือ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยเฉพาะในสถานที่ที่แอดอัด อากาศไม่ถ่ายเท 4.หยุด คือเมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรมในสถานที่แออัด แม้ผู้ป่วยจะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ 

ทั้งหมดนี้ นับว่า เป็นวิธีที่ประชาชน จะหลีกเลี่ยงการเกิดไข้หวัดใหญ่ในทุกๆสายพันธุ์ ที่สำคัญ การดูแลรักษาสุขอนามัยที่ดี ทั้งการออกกำลังกาย  การอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเท รวมถึงการทำให้ร่างกายได้รับความอบอุ่น ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยป้องกันการเกิดโรคระบาดอย่างไข้หวัดใหญ่นี้ได้ แต่หากพบว่าป่วยเป็นไข้หวัด มีไข้สูง มีอาการหอบหืดร่วมด้วย และอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงควรรีบพบแพทย์อย่างทันท่วงที เพื่อรับการรักษาและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นที่มาของภัยคุกคามของโรคได้