0
Cart
เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

ต่อมไทรอยด์คืออะไร โรคของต่อมไทรอยด์มีอะไรบ้าง และรักษาได้อย่างไร ?

โดย นพ.ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล

วันที่โพสต์ 5 มกราคม 2021

โดย นพ.ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล

วันที่โพสต์ 5 มกราคม 2021

สวัสดีครับ นายแพทย์ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล ศัลยแพทย์ไทรอยด์และพาราไทรอยด์ครับ วันนี้หมอจะมาอธิบายเรื่องต่อมไทรอยด์ และโรคของต่อมไทรอยด์แบบสั้น ๆ ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ป่วยหรือญาติที่สงสัยเรื่องนี้ สามารถที่จะเข้าใจในภาพกว้างของโรคไทรอยด์นะครับ จะได้มาตรวจสอบตนเอง และเข้ารับการรักษาที่ถูกต้องครับ

thyroid-praram9hospital
นพ.ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล ศัลยแพทย์ไทรอยด์
จากคำถามที่สงสัยว่า ต่อมไทรอยด์คืออะไร โรคของต่อมไทรอยด์มีอะไรบ้าง และรักษาได้อย่างไร ? วันนี้เราจะเริ่มจาก ต่อมไทรอยด์คืออะไร ? ต่อมไทรอยด์คืออวัยวะหนี่งในร่างกาย ที่ถูกจัดว่าเป็นต่อมไร้ท่อ โดยต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย วางตัวอยู่หน้าต่อหลอดลมบริเวณกลางคอ ใต้ลูกกระเดือก

สำหรับโรคของต่อมไทรอยด์ สามารถจำแนกได้ง่าย ประมาณ 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ

1 : ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroid) หรือ ภาวะที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ที่มากกว่าปกติ จากการที่ต่อมสร้างฮอร์โมนที่เยอะเกินไป จะมีผลโดยตรงต่อการทำงานทั้งร่างกาย
  • อาการที่สามารถสังเกตได้คือ ขี้ร้อน ทนร้อนไม่ได้ ขี้หงุดหงิด เหนื่อยง่าย มือสั่นใจสั่น ทานเท่าไรก็ไม่อ้วน คอโต จนไปถึงอาการที่รุนแรงคือภาวะหัวใจล้มเหลว โดยในกลุ่มนี้ สามารถวินิจฉัยได้โดยง่าย คือการตรวจวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือด ซี่งจะมีค่าผลเลือดที่ผิดปกติตัวใดตัวหนึ่ง หรือผิดปกติทั้งหมดคือค่า FT3, FT4 ที่สูง และค่า TSH ที่ต่ำนั่นเอง
  • สาเหตุการเกิดโรคไทรอยด์เป็นพิษที่พบได้บ่อยที่สุดคือ โรคเกรฟวส์ (Graves’ Disease) เป็นภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทำให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนออกมามากกว่าปกติ หรืออาจเกิดจากการทานยาบางชนิดที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้เกิดไทรอยด์เป็นพิษ หรือเกิดสาเหตุจากเนื้องอกต่อมไทรอยด์ชนิดหนี่งที่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ด้วยตัวเอง ทำให้ฮอร์โมนเกินเป็นต้น
  • การรักษาโรคนี้เพื่อที่จะทำการรักษาได้ตรงจุดจำเป็นต้องรักษาตามสาเหตุ คือ ทานยาต้านฮอร์โมนไทรอยด์ การกลืนแร่รักษา หรือผ่าตัดต่อมไทรอยด์ เพื่อให้หายจากภาวะโรคไทรอยด์เป็นพิษ

คนไข้ที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษ และมีอาการคอโต ตาโปน
2 : ภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมน (Hypothyroid) หรือภาวะไทรอยด์ต่ำกว่าปกติ ในภาวะนี้จะตรงข้ามกับภาวะไทรอยด์เป็นพิษ คือ ฮอร์โมนไทรอยด์ในร่างกายจะต่ำกว่าปกติ สำหรับการวินิจฉัยก็สามารถวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดได้เช่นกัน โดย จะมีค่าผลเลือดที่ผิดปกติตัวใดตัวหนึ่ง หรือผิดปกติทั้งหมดคือค่า FT3, FT4 ที่ต่ำ และค่า TSH ที่สูงนั่นเอง
  • อาการของภาวะการขาดฮอร์โมนไทรอยด์ คือ อ้วนง่าย ไม่มีแรง เพลียตลอดเวลา เหนื่อยง่าย เซื่องซึม ง่วงนอนตลอดเวลา ท้องผูก หัวใจเต้นช้าลง เป็นต้น
  • สาเหตุของการเกิดภาวะไทรอยด์ต่ำ ส่วนมากเกิดจากการอักเสบเรื้อรังจากภูมิคุ้มกันตัวเอง (autoimmune thyroiditis) หรือเกิดจากโรคไทรอยด์อักเสบเรื้อรังแบบฮาชิโมโต (Hashimoto’s thyroiditis) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาฮอร์โมนไทรอยด์ และรักษาอาการอักเสบเรื้อรัง สาเหตุอื่น ๆที่พบได้เช่น เกิดจากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกทั้งสองข้าง ทำให้ขาดฮอร์โมนไทรอยด์ หรือเกิดจากความผิดปกติในสมอง ทำให้ไม่กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ เป็นต้น
  • การรักษาภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ สามารถรักษาด้วยยาฮอร์โมนไทรอยด์ โดยให้รับประทานเสริม ร่วมกับการรักษาภาวะอักเสบเรื้อรัง สำหรับคนไข้บางกรณีที่มีการอักเสบมากจนต่อมไทรอยด์โตมาก ไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง จำเป็นต้องผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออก

ผู้ป่วยมีเนื้องอกต่อมไทรอยด์ด้านขวา จะสังเกตเห็นได้จากคอข้างขวาโตออกมาอย่างชัดเจน
3 : โรคเนื้องอกไทรอยด์ทั้งชนิดไม่เป็นมะเร็ง และชนิดเป็นมะเร็ง (benign and malignant thyroid nodule) สำหรับโรคทั้งสองชนิดนี้ ส่วนมากระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดจะปกติ เพราะเนื้องอกไม่ได้สร้างฮอร์โมน หรือไปมีผลกระทบต่อต่อมไทรอยด์ ซึ่งเป็นคำอธิบายได้ว่า ทำไมตรวจเลือดแล้วปกติแต่ยังเป็นโรคไทรอยด์ได้
  • อาการของโรคเนื้องอกไทรอยด์ โดยส่วนมากผู้ป่วยจะไม่มีอาการ ยกเว้นก้อนมีขนาดใหญ่มาก จนไปกดเบียดหลอดลม จะทำให้หายใจลำบาก และกดเบียดหลอดอาหารทำให้กลืนลำบาก หรือก้อนเป็นมะเร็งลุกลามไปเส้นประสาทที่ใช้พูด ทำให้เกิดอาการเสียงแหบ เป็นต้น แต่จะสามารถสังเกตตัวเองในกรณีที่ก้อนใหญ่ระดับหนึ่งได้ว่ามีก้อนหรือไม่ โดยการกลืนน้ำลาย แล้วดูในกระจก จะพบว่าถ้ามีก้อนเนื้องอกต่อมไทรอยด์ ก้อนจะเคลื่อนที่ขึ้นตามการกลืน
  • การวินิจฉัยสำหรับภาวะมีก้อนที่ไทรอยด์ อย่างที่กล่าวไปคือ ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่พอ เราจะกลืนน้ำลายแล้วเห็นก้อนเคลื่อนที่ขึ้นตามการกลืน แต่ถ้าก้อนเล็กมาก การวินิจฉัยจะทำโดยการตรวจอัลตราซาวด์คอ จะทำให้ทราบว่ามีก้อนหรือไม่
  • การวินิจฉัยสำหรับภาวะมีก้อนที่ไทรอยด์ อย่างที่กล่าวไปคือ ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่พอ เราจะกลืนน้ำลายแล้วเห็นก้อนเคลื่อนที่ขึ้นตามการกลืน แต่ถ้าก้อนเล็กมาก การวินิจฉัยจะทำโดยการตรวจอัลตราซาวด์คอ จะทำให้ทราบว่ามีก้อนหรือไม่
  • การวินิจฉัยสำหรับภาวะมีก้อนที่ไทรอยด์ อย่างที่กล่าวไปคือ ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่พอ เราจะกลืนน้ำลายแล้วเห็นก้อนเคลื่อนที่ขึ้นตามการกลืน แต่ถ้าก้อนเล็กมาก การวินิจฉัยจะทำโดยการตรวจอัลตราซาวด์คอ จะทำให้ทราบว่ามีก้อนหรือไม่
  • โรคมะเร็งไทรอยด์ สำหรับมะเร็งไทรอยด์มีหลายชนิด ชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดคือชนิด Papillary thyroid cancer ซี่งเป็นมะเร็งชนิดที่ดีที่สุดในมะเร็งไทรอยด์ทั้งหมด โดยยิ่งพบขนาดเล็กเท่าไร จะยิ่งมีอัตราความเสี่ยงต่อการแพร่กระจาย หรือความเสี่ยงต่อการกลับเป็นซ้ำลดลง การรักษาสำหรับกลุ่มนี้ จำเป็นต้องผ่าตัดโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะอื่น ๆในร่างกาย และอาจจะต้องกลืนแร่รักษา ขึ้นกับความรุนแรงของมะเร็งไทรอยด์แต่ละบุคคล ส่วนใหญ่โรคมะเร็งไทรอยด์ จะเป็นมะเร็งที่มีโอกาสการรอดชีวิตสูง ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จำเป็นต้องปรึกษาศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านไทรอยด์ เพื่อให้การผ่าตัดออกมาได้ประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อแนะนำ

ติดต่อสอบถาม โทร. 1270
Line : @praram9hospital หรือ https://lin.ee/vR9xrQs
Website : https://www.praram9.com

โปรแกรมตรวจความเสี่ยงมะเร็งไทรอยด์
คลิก!!