0
Cart
Login | Register

วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) วัคซีนทางเลือกที่คนไทยหลายคนกำลังรอคอย

วันที่โพสต์ 11 กรกฎาคม 2021

วันที่โพสต์ 11 กรกฎาคม 2021

โดย พญ.ปิยะรัตน์ สัมฤทธิ์ประดิษฐ์

วัคซีน Moderna (โมเดอร์นา) เป็นวัคซีนทางเลือกที่องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติให้ใช้เป็นกรณีฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2563 ต่อจากวัคซีน Pfizer

 

สำหรับประเทศไทย Moderna เป็นวัคซีนทางเลือกที่จะได้นำมาใช้ในประเทศโดยภาคเอกชน ซึ่งเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมานี้ ทางคณะกรรมการอาหารและยา ก็ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนดังกล่าวในตำรับยาแผนปัจจุบัน ในฐานะยาควบคุมพิเศษ และมีแนวโน้มที่คนไทยจะได้ฉีดกันเร็ว ๆ นี้

 

สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่า วัคซีนชนิดนี้เป็นอย่างไร มีประสิทธิภาพแค่ไหน และมีรายละเอียดเชิงลึกอะไรที่ควรรู้บ้าง สามารถเลือกอ่านเนื้อหาตามสารบัญได้เลย!

วัคซีน Moderna คืออะไร?

วัคซีน Moderna หรือโมเดอร์นา (mRNA-1273) คือ วัคซีนชนิด mRNA ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยบริษัทสัญชาติอเมริกัน คือ บริษัทโมเดอร์นา (ModernaTX, Inc.) ถือว่าเป็นวัคซีนอีกยี่ห้อที่ได้รับการยอมรับ เนื่องจาก องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาหรือ US FDA อนุมัติให้ใช้เป็นตัวที่ 2 ถัดจากวัคซีนโควิดไฟเซอร์ (Pfizer)

Moderna วัคซีนชนิด mRNA

วัคซีนโควิด 19 ของ Moderna ได้เลือกใช้เทคนิคการผลิตแบบ mRNA ซึ่งนับว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เคยใช้กับการพัฒนาวัคซีนป้องกันอีโบล่า

 

โดยวัคซีนประกอบด้วยโปรตีนสังเคราะห์ที่เรียกว่า mRNA ซึ่งมีลักษณะคล้ายสารพันธุกรรมส่วนหนึ่งของไวรัสโควิด 19 

ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วจะกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายสร้างโปรตีนขนาดเล็กๆที่คล้ายกับหนามบนเปลือกหุ้มไวรัสโควิด 19 และโปรตีนนี้จะไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อโควิด 19

หลักการของวัคซีน mRNA

โดยในปัจจุบันวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ Pfizer (ไฟเซอร์) และ Moderna (โมเดอร์นา)

 

อ่านข้อมูลชนิดวัคซีนเพิ่มเติมได้ที่ : วัคซีนโควิด 19 ฉบับอัปเดตล่าสุด

วัคซีน Moderna ต้องฉีดกี่เข็ม? ห่างกันเท่าไหร่?

วัคซีน Moderna เป็นวัคซีนชนิด mRNA แบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อ กรณีที่ฉีด 2 เข็ม มีข้อแนะนำให้ฉีดห่างกัน 4 สัปดาห์ หรือ ประมาณ 28-42 วัน หรือขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ร่วมด้วย

ระยะห่างเข็มหนึ่งเข็มสอง

หากต้องการฉีดวัคซีน Moderna หลังได้รับวัคซีน Sinovac หรือ AstraZeneca ครบแล้ว สามารถทำได้หรือไม่?

กรณีฉีด Moderna เป็นเข็มที่ 3 เพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิ คำตอบคือ ฉีดได้ แต่ระยะห่างที่เหมาะสมของการฉีดวัคซีน Moderna เป็นเข็มที่ 3 ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีนที่ฉีดก่อนหน้านี้ 

 

ทั้งนี้ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการเว้นระยะการฉีดวัคซีน mRNA เป็นเข็มที่ 3 ระหว่างการเว้นระยะ 1-2 เดือน กับการเว้นระยะ 3-6 เดือน

 

ในกรณี ต้องการฉีด Moderna เป็นเข็มที่ 2 ต่างยี่ห้อกันนั้น ยังต้องรอการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องผลของการฉีดวัคซีนต่างชนิดกัน

 

กรณีของ AstraZeneca : 

 

การศึกษาล่าสุดพบว่า ภูมิคุ้มกัน 2 เข็ม จาก AstraZeneca มีความสามารถในการป้องกันเชื้อเดลต้า ได้ราว ๆ 60 % หลังจากฉีดไปไม่นาน

 

ดังนั้น ในช่วงก่อนการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้า ผู้เชี่ยวชาญจึงให้ความเห็นไว้ว่า ถ้าได้รับวัคซีน AstraZeneca มา 2 เข็มแล้ว สามารถงดการฉีดวัคซีน mRNA เข็มที่ 3 ไปได้ราว 6-12 เดือน 

 

แต่เนื่องจากเรายังไม่ทราบว่าภูมิคุ้มกันนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน ในสถานการณ์ที่ไวรัสสายพันธุ์เดลต้าเริ่มระบาดตอนนี้ หลาย ๆ ประเทศจึงเริ่มขยับการฉีดวัคซีนต่างชนิดกันให้เร็วขึ้นเป็น 1-2 เดือนถัดจากวัคซีนเข็มก่อนหน้าแทน กรณีที่รับวัคซีนอื่นที่ไม่ใช่ mRNA มาแล้ว 1 เข็มและต้องการเปลี่ยนเป็นวัคซีนชนิด mRNA แทน เช่น Moderna

 

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลเบื้องต้น จึงมีข้อแนะนำว่า ช่วงการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้า การฉีดวัคซีน Moderna กระตุ้น อาจจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น แต่ไม่ได้เป็นเรื่องจำเป็นว่าต้องเร่งรีบไปฉีดทันที กรณีที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca มาแล้ว 2 เข็ม 

กรณีของ Sinovac : ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด แต่เนื่องจากช่วง 3 เดือนแรกหลังฉีด Sinovac ครบนั้นภูมิคุ้มกันจะยังสูงอยู่ ดังนั้น จึงเป็นไปได้ที่ผู้สนใจอาจพิจารณาฉีด Moderna เพิ่ม ได้ในช่วง 3-6 เดือนหลังจากฉีด Sinovac ครบสองเข็มแล้ว ทั้งนี้ ควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงหากมีข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติม

ประสิทธิภาพของวัคซีน Moderna

จากการสำรวจและศึกษาเบื้องต้นพบว่า วัคซีน Moderna มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด 19 อยู่ที่ 94.1% โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ป้องกันการติดเชื้อได้ 94.1%
  • ป้องกันการติดโรคได้ 86.4% สำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  • ลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสเสียชีวิตจากโรคได้ 100%
  • ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการพบว่า วัคซีน Moderna ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้มากพอที่จะยับยั้งโควิด 19 สายพันธุ์ B.1.17 จากอังกฤษ และสายพันธุ์ B.1.351 จากแอฟริกาใต้ได้

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่กล่าวมานี้ เป็นข้อสรุปจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง อาจมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของประชาชนแต่ละประเทศ รวมถึงสายพันธุ์โควิด 19 ที่ระบาดอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ เมื่อได้รับวัคซีน Moderna แล้ว ผู้เข้ารับวัคซีนยังจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดต่อไป

วัคซีน Moderna ป้องกันโควิด 19 สายพันธุ์ใหม่ได้หรือไม่?

โมเดอร์น่า ป้องกันสายพันธุ์ไหนบ้าง

มีงานวิจัยพบว่า วัคซีน Moderna มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิดได้หลายสายพันธุ์ ได้แก่

  1. สายพันธุ์อัลฟา (Α): ที่ค้นพบครั้งแรกในสหราชอาณาจักร (B.1.1.7)
  2. สายพันธุ์บีต้า (B): ที่ค้นพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ (B.1.351)
  3. สายพันธุ์แกมมา (Γ): ที่ค้นพบครั้งแรกในบราซิล (P.1)
  4. สายพันธุ์เดลต้า (Δ):  ที่ค้นพบครั้งแรกในอินเดีย (B.1.617.2)

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ จากวัคซีน Moderna

จากการศึกษาพบว่า อาจมีผลข้างเคียงโดยเริ่มมีอาการหลังจากที่ได้รับวัคซีน Moderna ไปแล้วประมาณ 1-2 วัน ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองใน 2-3 วัน

ผลข้างเคียงบริเวณที่ได้รับการฉีดวัคซีน

  • ปวด
  • บวม
  • แดง 

ผลข้างเคียงอื่น ๆ ทั่วร่างกาย 

  • มีอาการหนาวสั่น หรือเป็นไข้
  • รู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย
  • ปวดหัว
  • ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ
  • คลื่นไส้

รายงานอาการบ่งชี้ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ

จากข่าวที่มีรายงานอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังการได้รับวัคซีนชนิด mRNA (Pfizer และ Moderna) โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) เช่น ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ

พบว่าส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง และเป็นกรณีที่เกิดขึ้นน้อยมากเพียง 12.6 รายต่อการฉีดวัคซีน 1 ล้านโดส หรือคิดเป็น 0.00126% เท่านั้น โดยผู้ป่วยอาจมีอาการเมื่อยล้าและเจ็บหน้าอกชนิดไม่รุนแรง ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณของภาวะอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ 

ซึ่งส่วนใหญ่ก็หายดีแล้วและกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ข้อแนะนำที่เหมาะสมสำหรับใครที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วเกิดอาการแพ้ทันที ไม่ว่าจะเป็นอาการแพ้รุนแรงหรือไม่รุนแรงก็ตาม คือ ไม่ควรรับวัคซีนประเภทเดิมในเข็มที่สอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อความแน่ใจ

ใครสามารถรับวัคซีน Moderna ได้?

วัคซีน Moderna เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป (ต่ำกว่านี้ยังไม่แนะนำ) อย่างไรก็ดีขณะนี้กำลังมีการศึกษาข้อมูลวัคซีนในกลุ่มเด็กอายุ 12-18 ปี ซึ่งหากมีความคืบหน้าอย่างไร ทางโรงพยาบาลจะรีบติดตามข้อมูลและนำเสนอแก่ผู้รับบริการอีกครั้ง

นอกจากนี้ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และผู้ทำงานด่านหน้า รวมถึงคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อแล้วยิ่งมีอาการรุนแรง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติที่มีข้อห้าม ควรเข้ารับการฉีดวัคซีน เพราะผลประโยชน์ที่ได้รับจะมีมากกว่าการไม่ฉีด 

อ่าน: กลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับการฉีดวัคซีน

กลุ่มที่ต้องได้รับการปรึกษาจากแพทย์อีกครั้งก่อนฉีด

  1. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
  2. ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV
  3. สตรีที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์

ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรอยู่ ฉีดวัคซีน Moderna ได้ไหม?

ผู้หญิงให้นมบุตร : กลุ่มนี้ ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้เข้ารับการฉีดวัคซีนได้ตามปกติ และเมื่อได้รับวัคซีนแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องงดให้นมลูก

 

ผู้หญิงตั้งครรภ์ : สำหรับวัคซีนในกลุ่ม mRNA ได้แก่ Pfizer และ Moderna มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้วัคซีนประเภทดังกล่าวในสตรีที่มีอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ขึ้นไป อย่างไรก็ตามต้องศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเนื่องจากเป็นวัคซีนใหม่

หากเคยติดเชื้อโควิด 19 มาแล้ว สามารถฉีดวัคซีน Moderna ได้หรือไม่

ผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด 19 มาแล้ว ถึงแม้จะมีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ แต่ เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาของภูมิคุ้มกันดังกล่าว จึงสามารถติดเชื้อซ้ำได้อีก

จึงมีคำแนะนำ ให้ผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด 19 เข้ารับการฉีดวัคซีนหลังหายจากอาการป่วยแล้ว โดยเว้นระยะหลังติดเชื้ออย่างน้อย 3-6 เดือน โดยอาจรับวัคซีนเพียง 1 เข็ม

มีข้อควรระวังอะไรบ้าง สำหรับการฉีดวัคซีน Moderna

ใครไม่ควรฉีด : ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรงต่อส่วนประกอบของวัคซีน สาร PEG หรือ สาร Polysorbate หรือมีอาการแพ้รุนแรงเมื่อฉีดเข็มแรก ไม่ควรฉีดเข็ม 2 ต่อ

สิ่งที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับวัคซีน : ยังไม่ทราบว่าภูมิคุ้มกันจะอยู่ในร่างกายเรานานเพียงใด และยังไม่ทราบประสิทธิภาพในการยับยั้งการติดไวรัส (อยู่ในขั้นตอนการศึกษา)

ทุกคนควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน

จากข้อควรระวังดังกล่าว ดังนั้น แม้ว่าเราจะเข้าเงื่อนไขที่ควรฉีดวัคซีน Moderna แต่หากต้องการรับวัคซีน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสม และปัจจัยต่างๆ ด้านสุขภาพก่อนเสมอ

สรุป

วัคซีน Moderna เป็นวัคซีนประเภท mRNA อีกยี่ห้อหนึ่งที่กำลังเป็นที่สนใจในประเทศไทย เมื่อพิจารณาจากผลการทดสอบด้านประสิทธิภาพและผลสำรวจอาการข้างเคียงต่าง ๆ ที่ผ่านมา ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพดีและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

 

นอกจากนี้ อาการไม่พึงประสงค์ส่วนใหญ่ ก็อยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง และสามารถหายได้เองภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรติดตามศึกษาข่าวสารของวัคซีน Moderna เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจที่ถี่ถ้วนในการฉีดวัคซีนทางเลือกต่อไป